Follow us on

LIFESTYLE

FIERCE STORY

OPEN HOUSE แหล่งแฮงเอาท์สุดฮิปแห่งใหม่ ชิลล์แบบยาวไป ที่ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

Written by james.nattadit
Created: Mar 28, 2017 14:50 pm | Updated: Dec 18, 2017 03:07 am

เฟียร์พาทัวร์ทุกซอกทุกมุมของ OPEN HOUSE แหล่งแฮงเอาท์สุดฮิปแห่งใหม่ ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่แห่งแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์อันสุดคูล


19847 0 0

Photo Credits: James @Fiercebook

ได้ข่าวว่าห้างสุดหรูอย่างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพิ่งจะเปิดโซนใหม่ งานนี้เฟียร์ซเลยไม่พลาด ขอพาทุกคนมารู้จักกับแหล่งแฮงเอาท์สุดชิคแห่งนี้ ที่มีชื่อว่า “OPEN HOUSE” Co-living space (โค-ลิฟวิ่ง สเปซ) อาณาจักรไลฟ์สไตล์ใหม่ล่าสุดบนชั้น 6 ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่นี่จะมีความพิเศษยังไงบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

 

 

โปรเจกต์นี้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมมือกับ Klein Dytham architecture (KDa) บริษัทออกแบบชั้นแนวหน้าจากญี่ปุ่น ในการออกแบบพื้นที่ภายใน OPEN HOUSE ให้ออกมาเก๋สุดๆ มองไปทางไหนก็มีที่สวยๆ ให้ได้เช็คอินถ่ายรูปกันได้ทุกมุมเลยค่ะ

 

 

บรรยากาศที่นี่เน้นความโปร่งโล่งสบาย ด้วยเพดานที่มีความสูงถึง 6 ฟุต และการใช้กระจกสูงรอบด้าน ทำให้เราสามารถชมวิวกันได้แบบ 360 องศาเลยค่ะ แถมวันนี้พิเศษหน่อย เพราะมีวงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์สุดแนวอย่าง Stylish Nonsense มาเล่นดนตรีให้ฟังกันสดๆ ด้วย

 

 

1. Eating Deck

 

อย่ารอช้า ขอพาสาวเฟียร์ซมาที่โซนแรกเลยกับ Eating Deck เป็นพื้นที่ส่วนกลางและเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยจากหลายร้านหลายสไตล์ ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน สามารถสั่งอาหารจากพื้นที่อื่นมาทานบริเวณนี้ได้ ที่นี่ให้บริการแนวกึ่งบริการตนเอง (Semi-service) ค่ะ

 

 

สาวสายคลีนต้องร้านนี้เลยค่ะ Broccoli Revolution Embassy (บรอกโคลี่ เรฟโวลูชั่น สาขา เอ็มบาสซี) เป็นร้านอาหารมังสวิรัติ เน้นเมนูสุขภาพแนวออร์แกนิคโดยเฉพาะ

 

 

สำหรับของหวานที่นี่ก็มีทั้งร้าน Paris Mikki (ปารีส มิกกิ) คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศส ที่มีขนมเค้กน่ารักๆ เพียบและกาแฟที่กำลังมาแรงมาก หรือถ้าอยากนั่งกินไอศกรีม ที่นี่ก็มี Mövenpick Ice–Cream (โมเวนพิค ไอศกรีม) ร้านไอศกรีมพรีเมี่ยมจากสวิตเซอร์แลนด์ด้วยเหมือนกันค่ะ 

 

 

ใครที่ชอบอาหารญี่ปุ่น มาชิมซูชิที่เชฟทำให้ทานกันสดๆ ที่ร้าน Muteki by Mugendai (มูเทกิ บาย มูเก็นได) กันได้ แต่ถ้าชอบซีฟู้ดต้องร้านนี้เลย The Raw Bar (เดอะ รอว์ บาร์) เมนูสดๆ จากทะเลทั้งหอยนางรม กุ้งล็อบสเตอร์ มีให้เลือกสั่งกันได้เต็มที่

 

 

2. Eat by the Park

 

โต๊ะนั่งกินอาหารก็มีให้เลือกตามใจชอบเลยค่ะ จะนั่งที่โต๊ะหน้าร้าน หรือย้ายมานั่งโซฟาริมหน้าต่างแบบนี้ก็ได้ และนอกจากโซน Eating Deck แล้วก็ยังมีอีกโซน นั่นก็คือ Eat by the Park ซึ่งมีร้านอาหารร้านดังมาเปิดให้นั่งกินอาหารกันชิลล์ๆ ริมหน้าต่าง ชมวิวกรุงเทพฯ ได้โดยรอบ อย่างร้าน Peppina (เพ็พพิน่า) ร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรู และอีกหลายร้านที่กำลังจะเปิดตามมาเร็วๆ นี้ สามารถออกไปนั่งที่ระเบียง เพื่อนั่งชิลชมวิวสวนพร้อมรับประทานอาหารได้

 

 

3. Open House Bookshop by Hardcover

 

มาถึงอีกโซนที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลย นั่นก็คือ Open House Bookshop by Hardcover ที่สร้างมาเพื่อเอาใจคนรักการอ่านโดยเฉพาะ มีหนังสือมากมายจากทั่วทุกมุมโลก มาให้หนอนหนังสือชาวไทยได้อ่านกันให้ตาแฉะ พร้อมคัดหนังสือหายากที่คัดมาแบบ Tailor made หาที่อื่นไม่ได้ในไทย ไม่ว่าจะเป็นหมวด Art, Fashion, Architecture, Design และอื่นๆอีกมากมาย  ถ้าอ่านแล้วชอบเล่มไหนก็หยิบจ่ายตังที่แคชเชียร์ได้เลย

 

 

ต้องบอกว่าที่นี่เขามีมุมให้นั่งอ่านหนังสือกันเยอะมาก จะเลือกนั่งบนโซฟานุ่มๆ หรือจะมานั่งบนอัฒจันทร์แบบนี้ก็ตามสบายเลยค่ะ

 

 

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีบันไดให้เดินขึ้นไปเลือกอ่านหนังสือกันบริเวณชั้นลอยได้ต่อ เพราะที่ร้าน Hardcover นี้ เขารวบรวมหนังสือหายากเอาไว้มากมาย ถือเป็นสวรรค์ของนักอ่านเลยละค่ะ

 

 

เขยิบมาอีกด้าน ก็ยังมีพื้นที่สำหรับ Workshop ด้วยค่ะ ซึ่งวันนี้เป็นคอร์สทำสมุดแฮนด์เมดสุดเก๋ โดย Likay Bindery สตูดิโอสร้างสรรค์สมุดและงานกระดาษ แต่ละคนดูขะมักเขม้นตั้งใจทำกันมากๆ

 

 

4. Co-Thinking Space

 

โซนต่อมาคือ Co-Thinking Space โซนนี้เชื่อว่าหลายคนต้องชอบแน่นอน เพราะเป็นพื้นที่ในการพักผ่อนและทำงานภายใต้บรรยากาศสีเขียว เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทำให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์และไอเดียอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตรงนี้มีขายเครื่องดื่มทุกชนิดตั้งแต่ชา กาแฟ สมู๊ธตี้ ไปจนถึงเบียร์ ไวน์ และค็อกเทล เพื่อตอบโจทย์คนรักเครื่องดื่มทุกรูปแบบ คุยและคิดงานกันอย่างมีความสุข ไม่ต้องซีเรียส นั่งทำงานกันได้แบบยาวไปมีห้องประชุมและ Locker ให้จองด้วยค่ะ แถมที่นี่มีบริการ Wi-fi อีกด้วยค่าา

 

 

5. Art Tower

 

ส่วนคอศิลปะ หรือสายอาร์ททั้งหลาย ต้องมาที่โซนนี้ Art Tower เป็นหอคอยที่เหมือนแกลเลอรี่เล็กๆ เอาไว้โชว์ผลงานศิลปะที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เป็นพื้นที่ให้ศิลปินทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ได้มาแสดงผลงานกันค่ะ นอกจากที่จะ exhibit แล้วถ้าหากสนใจสามารถติดต่อพนักงานเพื่อซื้อกลับไปตั้งที่บ้านได้ด้วยค่าา

 

 

บนหอคอยชั้นบนสุด ก็มีที่นั่งด้วยค่ะ ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรับแสง Skyight แบบนี้ก็เชิญที่ด้านบนได้เลย

 

 

6. Design Shop

 

อีกโซนที่น่าสนใจมากก็คือ Design Shop ค่ะ เพราะเป็นร้านขายของดีไซน์เก๋สไตล์ไทยโมเดิร์น แต่ละไอเท็มเริ่ดๆ ทั้งนั้น ใครมองหาของที่ระลึก หรือของขวัญดีไซน์แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มาที่นี่รับรองว่าต้องชอบค่ะ  และเขายังสนับสนุน designer ให้มีพื้นที่ในการขายผลงานมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ local designerในไทยนะคะ แต่มี international designer ต่างชาติด้วย เช่นตอนนี้ก็ยังมี พม่า ญี่ปุ่น ค่ะ

 

 

 

 7. Open Playground

 

โซน Open Playground ถูกใจน้องๆ หนูๆ แน่นอน เพราะจะเป็นพื้นที่สำหรับเด็กๆ ให้ได้สนุกสนานกับเครื่องเล่นต่างๆ มากมาย

 

 

8. Embassy Diplomat Screens by AIS

 

โซนสุดท้าย Embassy Diplomat Screens by AIS โรงภาพยนตร์สุดไฮโซที่พร้อมเปิดให้บริการกันแบบวีไอพีเลยทีเดียว ใครที่รอดูหนัง ก็แวะมานั่งอ่านหนังสือ หรือทานข้าวรอได้ที่ฝั่ง OPEN HOUSE เลยค่ะ

 


 

และนี่ก็คือรีวิวเบาๆ พอเป็นน้ำจิ้ม สำหรับอาณาจักรไลฟ์สไตล์สุดคูลแห่งนี้ ถ้าไม่อยากเอาท์ ลองมาสัมผัสประสบการณ์แบบ OPEN HOUSE ด้วยตัวเองได้แล้ววันนี้ที่ ชั้น 6 เซ็นทรัล เอ็มบาสซีค่ะ

 

Website: www.centralembassy.com

Facebook: OPEN HOUSE at Central Embassy

Instagram: Openhouse.CE

#OpenHouseCE #CentralEmbassy #Thisbringsmehere

บทความที่คุณอาจสนใจ

รวมราคาค่าจอดรถของห้างฯดัง ที่นักช้อปควรรู้ไว้! Parking Rates in Bangkok!

รีวิว Ifitis ร้านอาหารสวนสวยสุดอาร์ตกลางทองหล่อ ร้านสวย อาหารดี Pet Friendly อีกด้วย!

“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” สร้างความฮือฮาครั้งใหม่กับแคมเปญล่าสุด “This brings me here” คว้าสไตล์ไอคอนอินเตอร์ “คิโกะ มิซูฮาระ” เป็นพรีเซ็นเตอร์

7 คราฟท์คาเฟ่ สุดยอดความโฮมเมด ที่สายงานละเมียดต้องไม่พลาด!!

เด็ดมาก! 10 ร้านอาหารดาราน่าไปโดน!

ADVERTISEMENT
Top