Follow us on

LIFESTYLE

FIERCE STORY

10 ประเทศน่าเที่ยวบินได้เลยไม่ต้องรอวีซ่า

Written by KhunPLENG
Created: May 10, 2019 05:50 am | Published date: Jun 02, 2019 14:49 pm

​​​​​​​อยากไปเที่ยวต่างประเทศ แต่หลายคนติดเรื่องวีซ่า บางคนวีซ่าไม่ผ่านบ้างล่ะ อยากไปตอนนี้เดี๋ยวนี้บ้างล่ะ แต่ก็ต้องรอยื่นวีซ่าก่อน ซึ่งมันไม่ทันใจสายเฟียร์ซเอาซะเลย เฮ้อออ เอาอย่างนี้เฟียร์ซมี 10 ประเทศน่าเที่ยวบินได้เลยไม่ต้องรอวีซ่ามาฝากกันค่ะ

Lifestyle ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า 2562 2019 วีซ่าคืออะไร


Photo Credits:

แล้ววีซ่าคืออะไร? วีซ่า คือ ใบอนุญาตผ่านเข้าออกประเทศ ให้เราสามารถเข้านอกออกในประเทศนั้นๆตามระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้เงื่อนไขและประเภทที่กำหนด ซึ่งการขอวีซ่าของแต่ละประเทศนั้นก็มีความยากง่ายแตกต่างกันไป ฟังแล้วดูยุ่งยากมากใช่ไหมค่ะเพื่อนๆ เวลาจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศแต่ละที เรื่องวีซ่าก็จะเป็นเรื่องที่วุ่นวายหน่อยๆ แต่ค่ะแต่!!! วันนี้เฟียร์ซมี 10 ประเทศน่าเที่ยวบินได้เลยไม่ต้องรอวีซ่า เพียงแค่เพื่อนๆจัดกระเป๋า หยิบพาสปอร์ต ก็สามารถตีตั๋วเครื่องบินไปเช็คอินได้ตามที่ใจอยากเลยค่ะ


 

#1. รัสเซีย

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน

Photo credit : unsplash

เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก และไม่ได้มีดีแค่ความใหญ่เท่านั้นนะคะเพื่อนๆ ประเทศรัสเซียยังขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมที่งดงามและโดดเด่นเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต เพื่อนๆคนไหนที่ชอบท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรม ชอบท่องเที่ยวชมเมืองดูงานศิลปะต่างๆ ต้องชอบประเทศนี้มากแน่ๆ ชมเมื่องเสร็จอาจจะจบทริปด้วยการไปช้อปปิ้งห้าง Gum ห้างสวยอลังกาลงานสร้างเก๋ๆก็ได้นะคะ

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • มหาวิหารเซนต์บาซิล (St. Basil's Cathedral) - เป็นจุดที่เพื่อนๆต้องไปเช็คอิน หากมาเที่ยวที่กรุงมอสโกค่ะ ที่แห่งนี้คืออนุสรณ์แห่งชัยชนะ สร้างโดยพระเจ้าอีวานที่ 4 แห่งรัฐเซีย ซึ่งเป็นมหาวิหารที่สวยงามมาก สวยจนพระเจ้าอีวานปูนบําเหน็จสถาปนิกผู้สร้างมหาวิหารแห่งนี้ด้วยการสั่งควักลูกตาทั้งสองข้างออก เพื่อมิให้ไปสร้างวิหารที่อื่นได้อีกเลย โหดมาก

  • พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิทาจและพระราชวังฤดูหนาว (The State Hermitage Museum) - พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่และเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ เป็นที่เก็บสะสมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าทั่วทุกมุมโลกมากกว่าสามล้านชิ้น ทั้งสวยทั้งใหญ่ขนาดนี้..เขาว่ากันว่าเดินวันเดียวไม่ครบค่ะ

 

#2. บราซิล

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน

Photo credit : unsplash

ที่นี่บราซิล มาที่นี่เพื่อนๆจะได้ชมรูปปั้นพระเยซูสูงตระหง่านบนยอดเขา และเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วยนะคะ หรือจะชมน้ำตกอีกวาซูที่สวยติดอันดับโลกซึ่งอยู่ระหว่างประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา เที่ยวทะเลโคปาคาบาน่าใสๆ เปลี่ยนบรรยากาศชมปลาปิรันย่าทัวร์ป่าอเมซอนก็เก๋ไม่ซ้ำใคร หรือถ้าชอบ แสง สี เสียง เฟียร์ซแนะนำให้มาช่วงที่มี Rio Carnival จะฟินมากเว่อร์ค่ะ เสียงดนตรีแซมบ้านี่กระหึ่มทั่วทั้งเมือง ขบวนพาเหรดอลังการดาวล้านดวง บันเทิงแบบนี้ไม่มีที่ไหนอีกแล้วนอกจากบราซิล

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • ริโอ คาร์นิวัล (Rio Carnival) - เทศกาลแห่งแสงสีเสียงประจำประเทศบราซิล จัดขึ้นที่เมืองรีโอเดจาเนโร เป็นงานเฉลิมฉลองที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ความอลังการจัดเต็ม ขบวนพาเหรดต่างๆยิ่งใหญ่ตระการตา ดนตรีแซมบ้าจังหวะสนุกสนาน เพื่อนๆสามารถแดนซ์ยับได้ตลอดเทศกาล เป็นเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกให้มารวมตัวกันที่นี่ ซึ่งเทศกาลนี้จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ก่อนวัน Ash Wednesday เทศกาลนี้สายแดนซ์พลาดไม่ได้เลยจริงๆ

  • รูปปั้นพระเยซู กริชตูเรเดงโตร์ (Christ the Redeemer) -ประติมากรรมระดับโลกที่ตั้งตระหง่านบนยอดเขากอร์โกวาดู สูงกว่า 38 เมตร ณ เมืองรีโอเดจาเนโร 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เป็นอะไรที่ต้องเช็คอินสักหน่อยเมื่อมาถึงบราซิล

 

#3. มองโกเลีย

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน

Photo credit : unsplash

เหมาะสำหรับสายธรรมชาติที่แท้ทรู ใครที่อยากไปเที่ยวธรรมชาติสมบูรณ์ๆ อากาศดีๆ ตึกรามบ้านช่องต่างๆล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวและหุบเขา..ต้องประเทศมองโกเลียเลยค่ะ ถือเป็นสวรรค์ของคนรักธรรมชาติเลยก็ว่าได้ ประเทศนี้เงียบสงบสุดๆ ประชากรไม่แออัดหนาแน่น มาสูดอากาศบริสุทธิ์ได้สบายๆ

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • อุทยานแห่งชาติกอร์ไค-เทเรลจ์ (Gorkhi-Terelj National Park) - ดินแดนแห่งธรรมชาติที่สวยและสมบูรณ์มากๆแห่งหนึ่งของมองโกเลีย เพื่อนๆจะได้เห็นพื้นที่ีสีเขียวรอบตัวแบบสุดลูกหูลูกตา สุดอากาศบริสุทธิ์แบบเต็มปอด เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาเยือน

  • ทะเลทรายโกบี (Gobi Desert) - เพื่อนๆคนไหนอยากลองไปทัวร์ทะเลทราย ขี่อูฐ ชมวัฒนธรรมท้องถิ่น ตั้งแคมป์เก๋ๆ ไม่มีน้ำและไม่มีไฟใดๆ เปิดประสบการณ์ใหม่ พักใน Ger เป็นที่พักแบบชาวมองโกเลียนก็มากันได้ที่นี่ หรือจะลองกินอาหารพื้นบ้านหน้าตาแปลกใหม่ ใช้ชีวิตติดธรรมชาติจริงจัง คือต้องลองไปมองโกเลียสักครั้งในชีวิตค่ะ รับรองว่ามันแน่ๆ

 

#4. แอฟริกาใต้

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน

Photo credit : unsplash

เอาใจสายธรรมชาติเลยค่ะสำหรับประเทศแอฟริกาใต้ มาชมป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาพันธุ์ เหมือนยกสารคดี National Geographic มาให้เพื่อนๆได้สัมผัสกันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว แต่แอฟริกาใต้ก็ไม่ได้มีดีแค่ป่าไม้นะคะ บ้านเมืองเขายังสวยงาม มีงานกราฟฟิตี้ต่างๆให้ดูทั่วเมือง ประวัติศาสตร์เข้มข้นน่าสนใจ ถือเป็นประเทศสนุกๆที่มาแล้วได้ความครบรสในทีเดียว

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • อุทยานแห่งชาติพีลาเนสเบิร์ก (Pilanesberg National Park) - เที่ยวแบบซาฟารีบนเนื้อที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร ใครที่อยากสัมผัสกับอากาศดีๆใกล้ชิดธรรมชาติ เปิดโลกกว้างไปส่องสัตว์ ออกไปดูป่าใหญ่ที่มีอะไรซ่อนอยู่ เหมือนทะลุเข้าไปในสารคดี National Geographic เลยค่ะเพื่อนๆ

  • เคปทาวน์ (Cape Town) - เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามมาพร้อมกิจกรรมสุดท้าทายที่ใครหลายคนๆอยากลอง คือ การดำน้ำดูฉลามขาวแบบใกล้ชิด ชมความดุร้ายของสัตว์โลกใต้ทะเล ซึ่งเพื่อนๆจะได้เห็นฉลามขาวแบบเต็มๆตา เป็นอะไรที่เสี่ยง แต่บอกเลยว่าสักครั้งในชีวิตคือต้องลอง

 

#5. มัลดีฟ

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน

Photo credit : unsplash

จุดมุ่งหมายที่ใครๆหลายคนใฝ่ฝันนั่นก็คือมัลดีฟ ทะเลสวยน้ำใสหาดทรายขาวเหมือนสวรรค์บนดินเลยค่ะเพื่อนๆ มาที่นี่เราจะได้พักผ่อนในบรรยากาศโรแมนติก นอนฟังเสียงคลื่นใต้แสงดาว ฟังแล้วมือไม้สั่นอยากเก็บกระเป๋ามันซะเดี๋ยวนี้ ใครที่ร่างกายต้องการทะเล มัลดีฟส์นี่แหละคือที่สุด  

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • รีสอร์ทกลางทะเล - รีสอร์ทกลางทะเลมีให้เพื่อนๆเลือกอยู่หลายที่ แต่จะเสียดายมากถ้าไปถึงมัลดีฟแล้ว ไม่ได้เช็คอินบนที่พักกลางทะเล ลืมตาตื่นมาก็เจอน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา จะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด พูดแล้วก็ฟินจ้า

  • กิจกรรมดำน้ำท่องโลกใต้ทะเล - เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มามัลดีฟแล้วต้องทำ คือ การดำน้ำท่องโลกใต้ทะเล จินตนาการว่าตัวเองเป็นแอเรียลสิค่ะ เหมือนได้พาตัวเองกลับไปสู่โลกใต้ทะเลอีกครั้ง 555 เยี่ยมชมทะเลที่สมบูรณ์ ปะการังสวยงาม สัตว์น้ำหาดูยาก บอกเลยคำเดียว "ฟิน"  

 

#6. จอร์เจีย

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี

Photo credit : unsplash , pixabay

เมืองเล็กๆแต่คับแน่นไปด้วยคุณภาพ ถามว่าไปจอร์เจียไปทำอะไร? ไปอาบน้ำแร่แช่น้ำพุร้อน นอนสกีรีสอร์ท ชมทะเลดำ เก็บภาพทุ่งดอกไม้ป่า ชมตึกรามบ้านช่องสถาปัตยกรรมเมืองเก่ามรดกโลก เข้าอุปลิสสิเคเมืองถ้ำกอรีโบราณกว่า 3,000 ปี หรือจะออกไปเดินป่าที่อุดมสมบูรณ์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชมวิถีชีวิต ทานอาหารพื้นเมือง จิบไวน์หมักโบราณ มาสัมผัสได้ที่จอร์เจีย แถมเที่ยวได้นานๆโดยไม่ต้องใช้วีซ่ายาวๆถึง 1 ปี แหนะเพื่อนๆ ถ้าจะอยู่ได้นานขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะลาพักร้อนหรือจะซ้อมลาออกดี 555

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้ (Gergeti Trinity Church) - โบสถ์โบราณกลางหุบเขา ถ้าจะไปแนะนำให้ไปตอนฤดูหนาวนะคะเพื่อนๆ จะสามารถถ่ายรูปโบสถ์ติดพื้นหลังหุบเขาสีขาวที่เป็นธารน้ำแข็งสวยงามมาก ส่วนของภายในจะตกแต่งไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่สวยสดงดงาม ควรค่าแก่การไปเที่ยวชมสักครั้งเมื่อไปจอร์เจียค่ะ

  • อุชกูลี (Ushguli) - ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมดูวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป หากเพื่อนๆมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะตกก็จะได้วิวหิมะสวยๆปกคลุมเมือง หรือจะมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิต้นหญ้าเขียวขจีบนเทือกเขาคอเคซัสก็จะได้อีกอารมณ์หนึ่งซึ่งสวยงามไม่แพ้กัน

 

#7. ปานามา

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 180 วัน

Photo credit : unsplash ,pixabay

เฟียร์ซบอกเลยว่าทะเลปานามาคือดี ไม่ต้องง้อขอวีซ่าก็สามารถเดินเซไปทะเลต่างประเทศได้สบายมาก ใครจะมาเที่ยวเมืองเก่าโคโลเนียลทาวน์ ชมความคลาสสิคของโบกัสเดลโตโร หรืออยากพาชีวิตไปติดเกาะที่หมู่เกาะเพิร์ล นอนแช่บ่อน้ำพุร้อน พิชิตยอดเขาโวลแคนบารูเฟียร์ซก็ไม่ติด หรือจะช้อปปิ้งหมวก Panama Hat เก๋ๆก็จัดไปจุๆ

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • หมู่เกาะซานบลาส (San Blas Islands) - แทบทะเลแคริบเบียน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีครามสดใส บวกกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าบนเกาะ ไม่ว่าจะไปโดดน้ำ เดินป่า โหนสลิง ล่องเรือ หรือจะเล่นเซิร์ฟก็น่าสนใจไม่แพ้กัน บอกเลยว่าเป็นอีกจุดฟินที่ต้องไปเช็คอินให้ได้

  • คลองปานามา (Panama Canal) - ศูนย์รวมเศรษฐกิจทางน้ำและการเดินเรือ ความยาว 77 กี่กิโลเมตร ยาวมากๆ เป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกัน แถมเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ของโลกด้วยนะคะ

 

#8. ตุรกี

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน

Photo credit : unsplash , pixabay

ทริปตุรกีดีมากเวอร์ เปิดทริปด้วยการนั่งบอลลูนสวยๆ ถ่ายรูปกับพรมและผ้าลายเปอร์เซียที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว นั่งจิบไวน์แบล็คกราวด์ภูเขา ตื่นเช้ามาลิ้มรสชาติกาแฟตุรกีหอมๆ ต่อด้วยการแช่น้ำแร่ธรรมชาติปามุคคาเล่ จบด้วยการเลือกซื้อจานชามเซรามิกหาของฝากจากตุรกีกลับบ้านเก๋ๆ

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • นั่งบอลลูนเมืองคัปปาโดเชีย (Cappadocia) - เป็นที่ตื่นตาตื่นใจในโลกโซเชียลมากๆสำหรับภาพบอลลูนลอยอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางทิวเขาสวยๆ ขึ้นที่สูงชมเมืองและภูมิประเทศประเทศที่สวยงามของตุรกี จบทริปบอลลูนปุ๊บก็ดื่มไวน์ฉลองปั๊บ เห็นไหมว่ามันดี ซึ่งการดื่มไวน์นั้นก็เพื่อการฉลองเราลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย มีพิธีรีตองนะคะเนี่ย  

  • เมืองโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) - ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่กว่า 2,200 ปี แสดงให้เห็นความรุ่งเรืองในยุคกรีกโบราณ ใกล้ๆกันนั้นจะมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ปามุคคาเล่ ที่เชื่อว่าแช่แล้วจะรักษาโรคต่างๆได้ จุดนี้ก็สวยไม่แพ้กัน


 

#9. อาร์เจนตินา

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน

Photo credit : unsplash

วันลาในมือสั่นไปหมดเมื่อเจอประเทศอาร์เจนตินา หลายคนต้องนึกถึงทีมฟุตบอลขึ้นมาแน่เลย แต่เฟียร์ซจะบอกว่าอาร์เจนตินามีอะไรน่าค้นหามากกว่านั้นค่ะ เพื่อนๆจะได้ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามและเก่าแก่ของอาร์เจนตินา มีสถาปัตยกรรมชั้นเอกที่พลาดชมไม่ได้หลายแห่ง ใครชอบงานอาร์ตต้องไปเยือนเมืองบัวโนสไอเรสให้ได้เลยนะคะ ‎เป็นเมืองที่ตกแต่งได้สวยงามสุดบรรยาย แถมยังมีโรงละครที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่ที่นั่นด้วย คลาสสิกสุดๆไปเลยค่ะ ส่วนเรื่องธรรมชาติต้องยกให้ที่นี่ เพราะธรรมชาติยังใหม่สดซิง สวยทุกอณูประเทศเลยจริงๆ

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • ธารน้ำแข็งยักษ์เปอริโต้ โมริโน (Perito Moreno) - แลนด์มาร์คที่พลาดแล้วเสียใจแย่ ถ้าเพื่อนๆไปอาร์เจนตินาแล้วพลาดชมธารน้ำแข็งยักษ์เปอริโต้ โมริโน คือเศร้า เพราะที่นี่เพื่อนๆจะได้เห็นธารน้ำแข็งยักษ์ที่สวยงามธรรมชาติสรรสร้างเต็มตา พร้อมภาพและเสียงของก้อนธารน้ำแข็งละลายล่วงหล่นตกกระทบสู่พื้นทะเลสาปเป็นระลอก คือดี คืออยากไป

  • เมืองบัวโนสไอเรส (Buenos Aires City) - จัดว่าเด็ดคือต้องมา ต้องมาเช็คอินที่เมืองนี้ให้ได้นะคะเพื่อนๆ บอกเลยว่าครบรส ไม่ว่าจะเที่ยวชมสถาปัตยกรรม ชมเมืองมาเฟียสีสันสวยงาม ชิมอาหารสตรีทฟู้ด ช้อปปิ้งของฝากอาร์เจนตินาสไตล์ได้ที่นี่ มาแล้วมีของติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน

 

#10. เอกวาดอร์

อนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน

Photo credit : unsplash , pixabay

ต้องบอกเลยว่าประเทศเอกวาดอร์ไม่ได้มีดีแค่กาลาปากอสนะคะ ที่นี่ยังมีสถาปัตยกรรมต่างๆ ศิลปะต่างๆ ตลาดขายของพื้นเมืองต่างๆ และผ้าลวดลายเป็นเอกลักษณ์และควรค่าแก่การช้อปปิ้งละลายทรัพย์เป็นอย่างมาก หรือใครอยากเซไปทะเลที่นี่ก็ดีมากเว่อร์ไม่ไว้แล้ว  

 

ไฮไลท์ที่ต้องไปเช็คอิน

  • หมู่เกาะกาลาปากอส (Galapagos Islands) - ดังมากไม่พูดถึงไม่ได้ เป็นอะไรที่ห้ามพลาดเลยถ้าได้มาเยือนประเทศเอกวาดอร์ ธรรมชาติยังสมบูรณ์คุณภาพดี น้ำทะเลสีฟ้าสดใส สัตว์นานาพันธุ์เดินกันให้เห็นใกล้ชิดแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ทุกวันที่อยู่บนเกาะ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าซุปเปอร์เต่าดิเอโก้ นกเพนกวิน อุ๋งๆสิงโตทะเล อีกัวน่าทะเล คือมาแล้วได้อารมณ์ธรรมชาติจริงจัง

  • โบสถ์คณะแห่งพระเยซูเจ้า (The Church of the Society of Jesus) - คุณค่าแก่การมาเก็บภาพความประทับใจ มาที่นี่เพื่อนๆจะได้ชมศิลปะแบบบารอค โบสถ์ที่ถูกสร้างด้วยหินภูเขาไฟ ภายในประดับตกแต่งด้วยทองคำเปลวทองอร่าม จิตรกรรมฝาผนังทรงคุณค่า ใครชอบท่องเที่ยวแบบสถาปัตยกรรมชมงานอาร์ตต้องที่นี่เลย สวยแน่นอน


 

เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ แต่ละประเทศก็มีความสวยงามในแบบของมันเอง จะว่าไปแล้วเห็นแบบนี้ก็อยากจะเก็บกระเป๋าเดินทางไปเดี๋ยวนี้เลย วันลาที่เหลืออยู่อยากจะเอาออกใช้เสียให้หมด แต่ติดที่ไม่เหลือวันให้ลาแล้ว 555 สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากจะไปเที่ยวแต่ยังไม่มีแพลน หวังว่า 10 ประเทศนี้ที่เฟียร์ซคัดสรรมาจะเป็นตัวเลือกดีๆให้เพื่อนๆได้นะคะ

 


Tags : Lifestyle ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า 2562 2019 วีซ่าคืออะไร ทำวีซ่าที่ไหน ปนะเทศไหนที่ไม่ต้องขอวีซ่า ไปที่ยวได้เลย ขอวีซ่า fiercebook

บทความที่คุณอาจสนใจ

"เที่ยวไทยเท่" กับ 10 วีถีท่องเที่ยวแบบไทยสไตล์ลึกซึ้ง

9 จังหวัด One Day Trip วันเดียวก็เที่ยวได้สบายมาก

เที่ยวกัน One Day Trip 5 สถานที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯที่คุณไม่ควรพลาด

รวมคำศัพท์ / ประโยค จำเป็นที่ควรรู้เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น!

32 สถานที่ท่องเที่ยวในไทยที่แต่ละสัญชาติชอบเที่ยว ชาวจีน ยุโรป อเมริกาชอบเที่ยวแบบไหนต้องดู

ADVERTISEMENT
Top