Follow us on

LIFESTYLE

FIERCE STORY

7 ซีรี่ย์น่าดูใน Netflix

Written by Yottaya
Created: Jul 14, 2017 18:43 pm | Updated: Jul 21, 2018 03:34 am

เตรียมหมอนให้พร้อมแล้วไปนอนดู 7 ซีรี่ย์เด็ดจาก Netflix ที่จะทำให้คุณติดจนไม่อยากจะลุกไปไหน


34238 0 0

Photo Credits:

เมื่อไม่นานมานี้หลายๆคนคงจะได้ยินคนพูดถึงชื่อ Netflix กันผ่านหูมาบ้าง สำหรับคนที่เคยใช้บริการคงจะรู้กันอยู่แล้วว่า Netflix คืออะไร แต่สำหรับใครที่ไม่รู้เฟียร์ซจะอธิบายให้ฟังนะคะ ว่า Netflix คืออะไร

 

Photo Credit : media

 

Netflix คือ บริการสตรีมมิ่งที่เอาไว้รับชมรายการ ความบันเทิงต่างๆจากอเมริกาซึ่งรวบรวม รายการทีวี สารคดี ภาพยนตร์ และซีรี่ย์ไว้มากมายจากหลายประเทศ ส่วนใหญ่รายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดจะเป็น ซีรี่ย์นี่แหละค่ะซึ่งทาง Netflix เขารับประกันว่าสามารถดูผ่านอุปกรณ์ต่างๆได้นับพันเชียวนะ สะดวกช่องทางไหนจัดเลยค่า ดูกันให้ตาแฉะไปเลย งานการไม่ต้องทำ แถมซับไทยเขายังดีงามมากๆด้วย ยิ่งดูผ่านสมาร์ททีวีจอใหญ่ยักษ์นะคุณเอ๋ยเรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่แห่งการดูหนัง ดูซีรี่ย์อย่างแท้ทรูเลยค่า

 

Photo Credit : techtudo

 

อัตราค่าบริการมีทั้งหมด 3 ระดับ ซึ่งจะต่างกันตรงเรื่องของคุณภาพและจำนวนที่สามารถเปิดดูได้พร้อมกัน

 (เลือกแบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนกันได้เลยค่ะ)

Photo Credit : droidsans

 

แถมเขายังให้ทดลองดูฟรีเดือนแรกก่อนด้วยนะ ถ้าเราไม่สะดวกใจจะดูต่อก็สามารถยกเลิกได้ทันที ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แต่ส่วนใหญ่จากประสบการณ์คนใกล้ตัวมักจะไม่จบภายในหนึ่งเดือนเนี่ยสิ ต้องต่อแพ็คเกจกันทั้งนั้น แหมก็ซีรี่ย์เค้าคุณภาพจริงๆหนิ นี่จึงเป็นเหตุผลที่วันนี้เฟียร์ซมาจะมาแนะนำ 7 ซี่รี่ย์เด็ด เนื้อเรื่องเข้มข้นที่จะทำให้คุณกันติดงอมแงมดูกันลากยาวแบบ Non-stop ไปเลยค่า

 

Photo Credit : techradar

 

1. 13 Reasons Why

 

ซีรี่ย์แนวลึกลับของวัยรุ่นที่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นแค่เรื่องของวัยรุ่นเนี่ยสิ 13 Reasons Why เป็นซีรี่ย์สะท้อนปัญหา Bullying (การกลั่นแกล้ง) ที่ระบาดค่อนข้างหนักเอาการอยู่ในสังคมอเมริกา ความพิเศษอยู่ที่ได้ Selena Gomez มาเป็น Executive Producer 

Photo Credit : impawards

 

Photo Credit : giphy

Photo Credit : giphyeonlineusatoday

 

โดยเป็นเรื่องราวของเด็กสาวนามว่า Hannah Baker นักเรียน High School เหยื่อจากการ Bullying จนตัดสินใจฟึ้ดชีวิตตัวเองในที่สุด แต่ก่อนที่เธอจะจบชีวิตนั้น เธอได้บันทึกเทปอธิบาย 13 เหตุผลว่า ทำไมเธอจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยเนื้อเรื่องนี้จะถ่ายทอดเรื่องราวและกระตุ้นต่อมเผือกของเราให้ทำงานผ่านพระเอกของเรื่อง Clay Jensen (นางละมุนจริงๆเห็นหน้าก็เขินแล้วอะ) เพื่อนของ Hannah ว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องกับ 13 เหตุผลนั่นหรือไม่

 

 

เรียกได้ว่าเป็นซีรี่ย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้ผู้คนรู้จัก Netflix มากขึ้นด้วย แถมยังได้รับรางวัล Show of The Year จาก MTV Movie & TV Award 2017 การันตรีความแรงอีกด้วย (เล่นเอา Selena ยิ้มหน้าบานไปเลยค่ะ)

 

Photo Credit : popbuzz

 

และไม่รอช้าเขายังตอกย้ำความแรงด้วยการปล่อย Trailer ของ Season 2 มาแล้วด้วยจ้ามีกำหนดฉายปี 2018 ใครยังไม่เคยดู ต้องจัดแบบด่วนๆก่อน Season 2 จะมานะ  เฟียร์ซแนะนำว่าเป็นซีรี่ย์ที่ครบรสควรค่าแก่การดู หากคุณคิดตามไปด้วย เพราะมันเป็นเหมือนการรีเช็คตัวเองและคนในครอบครัวว่าอยู่ในสภาวะที่ทำเรื่องไม่ควรทำได้มั้ย (ฆ่าตัวตาย) หรือมีใครบางคนกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาที่คุณรึป่าว หากใครกำลังหาซีรี่ย์ดูอยู่เฟียร์ซแนะนำเลยค่า

 

Video Credit : youtube

 

2. Riverdale

 

อีกหนึ่งซีรี่ย์แนวลึกลับ น่าค้นหาชวนติดตามสุดๆ ดัดแปลงมาจากการ์ตูนยอดฮิต Archie and Friends

Photo Credit : watchepisodes4archiecomics

 

โดยเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในเมืองอันเงียบสงบที่มีชื่อว่า Riverdale เมื่อนักเรียนดีเด่นของเมืองอย่าง Jason Blossom ถูกฆาตกรรมอย่างปริศนาขณะไปล่องเรือกับน้องสาวฝาแฝด 

 

Photo Credit : giphy

 

ขณะเดียวกันตัวเอกของเรื่องหนุ่มหล่อ Archie Andrews (พระเอกก็งานดี) ยังคงใช้ชีวิตปกติสไตล์หนุ่มอเมริกัน ที่ค้นพบตัวเองในช่วงซัมเมอร์ว่าอยากจะเข้าวงการดนตรี และไม่อยากจะเดินตามทางที่พ่อวางไว้ให้อีกต่อไป Betty Cooper หญิงสาวข้างบ้านที่หลงรัก Archie มานานแสนนานแต่ไม่กล้าบอก และยังมี Veronica Lodge นักเรียนสาวสวยที่เพิ่งย้ายมาซึ่งก็ตกหลุมรัก Archie เช่นกัน และ Cheryl Blossom ยัยตัวแสบของเมืองที่จะมาสร้างความวุ่นวายให้กับทั้งสามคน แถมเธอยังมีความลับเรื่องการตายของพี่ชายฝาแฝดของเธอปิดซ่อนไว้ โดยเนื้อเรื่องจะปูให้เราอยากรู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริงที่ฆ่า Jason ตัวละครทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร และความลับที่ Cheryl ปิดไว้คืออะไร ถือเป็นซี่รี่ย์ชวนติดตามอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเลยนะคะ

 

Video Credit : youtube

 

3. Black Mirror

 

ซีรี่ย์สัญชาติอังกฤษ ที่สะท้อนภัยด้านมือของเทคโนโลยีทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและยังเกิดขึ้นไม่เกิดขึ้น แต่ใครจะรู้ว่าในอนาคตจะเป็นเช่นไร กำกับโดย Charlie Brooker มีมาแล้ว 3 Season ซึ่งจบในตอนเดียวและแต่ละตอนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยจะดูตอนไหนก่อนก็ได้

Photo Credit : uk.newonnetflix

 

ซึ่งทั้ง 3 Season จะเล่าเรื่องราวความน่ากลัวและผลลัพธ์ที่จะตามมาของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ มากเกินไปจนไม่สามารถควบคุมได้ ผุ้กำกับได้นำเสนอเรื่องราวในประเด็นต่างๆ เช่น เรื่องการใช้สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก การโหวตรายการเรียลลิตี้ต่างๆ การใช้ชีวิตที่ติดอยู่กับการรีวิว การอยู่ในโลกเสมือนจริง (หากนึกไม่ออกลองนึกถึงแว่น VR) ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ซึ่งบอกเลยแต่ละตอนพีคๆทั้งนั้นออกแนวสยองขวัญและดาร์กอารมณ์สุดๆ

 

Photo credit : giphy

 

เฟียร์ซว่าเป็นซี่รี่ย์ที่คู่ควรกับโลกในปัจจุบันมากๆ รวมไปถึงผู้ที่คลั่งไคล้การใช้เทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำว่าควรดูให้ครบทั้ง 3 ซีซั่นแล้วคุณอาจจะขยาดกับการใช้เทคโนโลยีไปช่วงหนึ่งเลยก็ได้ค่ะ

 

Video Credit : youtube

 

4. Samurai Gourmet

 

นึกว่าจะมีแต่ซีรี่ย์เข้มข้นๆชวนเครียด ไม่ค่ะ! สำหรับเรื่องนี้เฟียร์ซจะพาทุกคนไปปลดปล่อยอารมณ์ด้วยซีรี่ย์เกี่ยวกับอาหาร ขุนให้อ้วนกันไปเลย 

Photo Credit : ovguide

 

Samurai Gourmet เป็นมินิซีรี่ย์ญี่ปุ่นดัดแปลงมาจากการ์ตูนมังงะ แต่ละตอนจะเป็นตอนสั้นๆประมาณเกือบ 20 นาที โดยถ่ายทอดเรื่องราวของ คุณลุงทาเคชินมนุษย์เงินเดือนวัยเกษียณ ที่ไม่รู้จะเอาเวลาไปทำอะไรแกจึงไปตะลุยทานอาหาร ตั้งแต่อาหารธรรมดาไปจนถึงอาหารหรูๆ โดยมีซามูไรเป็นสเหมือนมโนจิตอยู่ในหัวของลุงแกว่าจะตัดสินใจทำอะไร อย่างไร
 

 

บอกเลยอารมณ์ตอนดูนี่อยากจะ Stop ไว้แล้วลุกไปหาอาหารกินตอนละหลายรอบมากๆ เพราะเขาถ่ายทอดออกมาได้น่ากินสุดๆ คือไม่เห็นแค่ภาพอะแต่กลิ่นและรสชาติลอยโชยมาด้วยเลย เห็นละน้ำลายไหลสำหรับซีรี่ย์เรื่องนี้เขาไม่ได้ถ่ายทอดแค่เรื่องอาหารเท่านั้น หากคุณดูดีๆคุณจะรู้ว่าเขาได้สอดแทรกเรื่องราววัฒนธรรมในด้านต่างๆของญี่ปุ่นไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเป็นมนุษย์เงินเดือน วิถีชีวิตคนทำงานของคนญี่ปุ่นที่ทุ่มเทให้กับงานมากๆ ใครที่่ชอบอะไรที่ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นจัดเลยค่ะ  เฟียร์ซแนะนำ ดูแล้วคุณจะหิว

 

Video Credit : youtube

 

5. OKJA

 

มาถึงหนัง Feel Good, Drama, Sci-Fi อีกเรื่องนึ่งของ Netflix แค่ดูตัวอย่างก็รู้เลยว่าเรื่องนี้ต้องมีคนเสียน้ำตาแน่ๆ OKJA (โอคจา) กำกับโดย บง จุน โฮ (Bong Joon-Ho) 

 

หมูบิน

Photo Credit : netflixfrgiphy

 

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Mija (มิจา) เด็กหญิงผู้มีความผูกพันกับหมู OKJA ตัวอ้วนที่หน้าตาออกจะละม้ายคล้ายฮิปโป ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะเพราะหมูตัวนี้เป็นหมูที่ถูกตัดต่อพันธุกรรม (GMOs) มาจากบริษัทอุตสาหกรรมอาหารรายใหญ่ในอเมริกา และถูกส่งมาให้เกษตรกรในหลายประเทศลองเลี้ยงเพื่อหาว่าวิธีการเลี้ยงหมูแบบใดให้เนื้อมากที่สุด และเมื่อถึงเวลาที่่ต้องส่งกลับไปแน่นอน OKJA จะต้องถูกฆ่า เมื่อเป็นเช่นนี้ Mija นางจึงยอมมิได้เลยต้องตามไปปกป้องและพาเพื่อนรักของเธอกลับมา

 

อย่าให้ OKJA โมโหนะ

Photo Credit : giphygiphy

 

ทำใจยากมากกับการตัดสินใจดูหนังเรื่องนี้ ไม่อยากเศร้าก็อยากสร้าง OKJA ออกมาได้น่ารักตะมุตะมิทำไมล่ะ เฟียร์ซขอบอกเลยว่าคุณจะไม่ได้เพียงความสนุกครบรสเท่านั้น แต่อีกประเด็นที่ซีรี่ย์ต้องการจะสื่่อคือ ความจริงของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน ที่มีแนวโน้มต้องการลดต้นทุนแต่ให้ผลผลิตที่สูงขึ้นโดยหันมาใช้วิธี GMOs ถือเป็นซีรี่ย์อีกเรื่องที่สนุกชวนติดตามมากๆเลยค่ะ ส่วนเรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึงเพราะ Netflix เขาทุ่มทุนสร้างถึง 50 ล้านเหรียญ

 

 

รวมทั้งยังได้นักแสดงมากฝีมือมาร่วมแสดงอย่างคับคั่ง อาทิ Tilda Swinton, Jake Gyllenhaal Lily Collins และ Steven Yeun แถมยังเป็นหนังที่ไม่ได้เข้าฉายในโรงแต่ได้เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2017 ด้วยนะ อยากรู้ว่าเจ๋งแค่ไหนต้องลองดูเอาเองค่ะ (ถึง OKJA จะไม่ได้เป็นซีรี่ย์แต่ความดีงามของหนังเรื่องนี้ทำให้เฟียร์ซอดไม่ได้ที่จะบอกต่อจริงๆค่ะ)

 

Video Credit : youtube

 

6. Girl Boss

ซีรี่ย์คอมเมดี้ ที่สร้างจากเรื่องจริงไม่อิงนิยาย เขียนโดย Sophia Amoruso โดยใช้ขื่อเดียวกันกับซีรี่ย์ เจ้าของแบรนด์ Nasty Gal

Photo Credit : serienguide , abebooks

 

Girl Boss เป็นการเล่าเรื่องช่วงชีวิตของ Sophia ในอดีต ที่ชื่นชอบการขายเสื้อผ้าสไตล์วินเทจผ่านทางเว็บไซด์ออนไลน์ ซึ่งเธอในตอนนั้นออกจะมีนิสัยแปลกๆจะเรียกว่าติสท์ก็ได้นะ และเมื่อธุรกิจของเธอขยับขยายโตขึ้นเธอจึงได้ค้นพบสัจธรรมในชีวิตอย่างหนึ่งว่าการเป็นเจ้านายคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

Photo Credit : giphy

 

ซีรี่ย์เรื่องนี้จะสนุกก็อยู่ตรงที่มันอิงมาจากชีวิตคนจริงๆนี่แหละค่ะ ที่เมื่อเวลาอยู่บนจอในพวกเราได้ชมกันอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่หากลองคิดตามสิ่งต่างๆที่เธอต้องประสบพบเจอในตอนนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงอายุ 20 กว่าๆเลย อีกเหตุผลที่น่าดูก็ คือได้นักแสดงสาวสวย Britt Rebertson มากความสามารถ ที่เคยฝากผลงานไว้ในซีรี่ย์ดังหลายเรื่องอย่าง The Secret Circle และ Under The Dome ถือเป็นซีรี่ย์อีกเรื่องที่น่าติดตามมากๆค่าเฟียร์ซแนะนำ

 

Video Credit : youtube

 

7. A Series of Unfortunate Events (อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย)

 

เป็นซีรี่ย์อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจจะดูแต่เพียงแค่เห็น Trailer ขึ้นมาตอนฟังเพลงอยู่ในยูทูปตามปกติแค่นั้น แต่เชื่อมั้ยคะแค่แวบเดียวทำให้ผู้เขียนถึงกับต้องกดหยุดเพื่อเข้าไปดูตัวอย่างฉบับเต็มกันเลยทีเดียว ซึ่งบอกได้คำเดียวมันน่าดูมาก

 

Photo credit : flickeringmyth,

 

 A Series of Unfortunate Events มีชื่อไทยว่า อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย เป็นซีรี่ย์แนวผจญภัย ดราม่าแฟนตาซี สร้างมาจากหนังสือชุดขายดีสำหรับเด็กมีทั้งหมด 13 เล่ม เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว แต่ด้วยความสนุกของเนื้อหาทำให้ NetFlix ลงทุนหยิบมาทำเป็นซีรี่ย์อีกครั้งมีทั้งหมด 8 ตอน

 

Photo credit : wikia

 

A Series of Unfortunate Events เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพี่น้องสามคนจากตระกูล Baudelaire (โบดแลร์) ที่สูญเสียพ่อแม่ไปจากเหตุการณ์ไฟไหม้อย่างกระทันหัน ทั้งสามกลายเป็นเด็กกำพร้าในทันที เรื่องราวตลกร้ายต่างๆได้เริ่มขึ้นเมื่อพวกเขาต้องถูกส่งไปอยู่กับญาติห่างๆ Count Olaf (เค้าท์โอลาฟ) บุคคลที่พร้อมจะสาดสิ่งชั่วร้ายและหุบสมบัติของพวกเขาได้ทุกเมื่อ ความน่าดูของซีรี่ย์เรื่องนี้อย่างแรกเลยก็คือความงง ความแปลก บวกกับความเพี้ยนของตัวละครแต่ละตัว ที่มาคอยสร้างสีสันทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้ไม่ดาร์กจนเกินไป รวมถึงความน่ารักของเด็กทั้งสามโดยเฉพาะน้องคนสุดท้อง น่ารักน่าหยิกสุดๆ

Photo Credit : giphy

 

ใครที่เบื่อๆว่างๆไม่มีอะไรทำลองกดเข้าไปดูตัวอย่างได้นะ แต่เฟียร์ซแนะนำถ้าไม่จำเป็นอย่าดูเลยค่ะถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับคุณ

 

Video Credit : youtube

 

เป็นไงกันบ้างคะกับซีรี่ย์ทั้ง 7 เรื่อง ที่เฟียร์ซคัดมาฝากทุกคน แต่ละเรื่องชวนติดตามทั้งนั้นมีตั้งแต่ ดาร์กขั้นสุด กระตุ้นต่อมเผือก ไปจนถึงซี่รี่ย์ Feel Good น้ำตาคลอที่จะทำให้คุณอมยิ้มไปตามๆกันหลังจากดูจบ เฟียร์ซรับรองเมื่อดูจบทุกเรื่องนอกจากคุณจะรับอรรถรสอย่างเต็มอิ่มแล้ว หากคุณคิดตามขณะดูคุณจะได้แง่คิด Inspiration ดีๆมากมาย จากซีรี่ย์เหล่านี้ไปปรับใช้กับชีวิตอย่างแน่นอน สำหรับใครที่ดูแล้วสามารถมาเม้าส์มอยกันได้นะคะ พวกเราคอเดียวกันอยู่แล้ว แต่ใครที่ยังไม่ดูอย่ารอช้าค่ะ ต้องจัดเดี๋ยวนี้เลย ขอย้ำ!

 

บทความที่คุณอาจสนใจ

รวมหนัง superhero ปี 2017 สายติ่งฮีโร่ไม่ควรพลาด!!

6 สุดยอดหนังผีสุดน่ากลัวที่คุณไม่ควรพลาด!

10 พฤติกรรมที่ไม่ควรทำในโรงหนัง!

8 สุดยอดหนังแฟชั่นที่ผู้หญิงทุกคนต้องดู

7 ซีรี่ย์มาใหม่น่าดูปี 2018 ใน Netflix ดราม่า ไซไฟมาครบ

ADVERTISEMENT
Top